The Devil Wears Prada 2: Meryl Streep ปะทะ Anna Wintour ใครปัง?!

April 7, 2026

เตรียมกรี๊ดให้สุดเสียง! เพราะปรากฏการณ์ที่หลายคนรอคอยกำลังจะเกิดขึ้น เมื่อสองขั้วอำนาจแห่งวงการแฟชั่นและภาพยนตร์อย่าง Anna Wintour บรรณาธิการบริหาร Vogue ตัวแม่ และ Meryl Streep นักแสดงเจ้าบทบาทเจ้าของบท Miranda Priestly ได้โคจรมาพบกันบนปกนิตยสาร Vogue พร้อมข่าวดีของการกลับมาของภาพยนตร์ในตำนานที่ทุกคนคิดถึงอย่าง “The Devil Wears Prada 2” ที่มีกำหนดเข้าฉาย 1 พฤษภาคม 2026 นี้

การปรากฏตัวร่วมกันของ Wintour และ Streep บนปก Vogue ฉบับพิเศษ โดยฝีมือการลั่นชัตเตอร์ของ Annie Leibovitz ช่างภาพระดับโลก ไม่ใช่แค่ภาพถ่ายธรรมดา แต่คือการประกาศศักดาของสองไอคอนผู้ทรงอิทธิพล ที่เคยเป็นแรงบันดาลใจให้กันในทางอ้อม Miranda Priestly ตัวละครหัวหน้าสุดเฮี้ยบแห่งนิตยสาร Runway คือภาพสะท้อนที่ถอดแบบมาจาก Wintour เกือบทุกกระเบียดนิ้ว และแน่นอนว่าการถ่ายแบบครั้งนี้ ทั้งคู่สวมชุดจาก Prada เพื่อตอกย้ำความเป็นเจ้าแม่แฟชั่นอย่างสมบูรณ์แบบ

หลายคนคงจำได้ว่าในภาพยนตร์ภาคแรก การหาเสื้อผ้าสำหรับตัวละคร Miranda Priestly นั้นเป็นเรื่องยากแสนยาก เพราะบรรดาดีไซเนอร์ต่างเกรงใจและเกรงกลัว Anna Wintour จนไม่มีใครกล้าให้ยืมชุด แต่ในวันนี้ Wintour กลับแสดงสปิริตเต็มที่ ด้วยการไปร่วมงานฉายรอบปฐมทัศน์ภาคแรก และยังกล่าวด้วยอารมณ์ขันและเต็มไปด้วยเกียรติว่า “ช่างเป็นเกียรติอย่างยิ่งที่ Meryl มาแสดงบทที่ถอดแบบมาจากฉัน” สะท้อนถึงความสัมพันธ์ที่ยืดหยุ่นและเป็นกันเองมากขึ้น

ก่อนที่ภาพยนตร์ภาคต่อจะเริ่มขึ้น Wintour เองก็ยอมรับว่าเธอรู้สึกประหม่าเล็กน้อยเกี่ยวกับเนื้อหาที่จะถูกนำเสนอ เธอจึงตัดสินใจโทรศัพท์หา Meryl Streep เพื่อปรึกษา และเมื่อ Streep อ่านบทเสร็จ เธอก็โทรกลับมาปลอบใจ Wintour ว่า “Anna ฉันคิดว่ามันจะออกมาดี” แม้จะไม่ได้บอกรายละเอียดมากนัก แต่ Wintour ก็เชื่อใจในคำพูดของ Streep อย่างเต็มที่ แสดงให้เห็นถึงความเคารพและความผูกพันที่เกิดขึ้นระหว่างทั้งสอง

การสนทนาระหว่างสามสุดยอดผู้หญิงแห่งยุค ทั้ง Wintour, Streep และ Greta Gerwig ผู้กำกับมากฝีมือ ในบทสัมภาษณ์พิเศษนี้ ครอบคลุมหลากหลายประเด็น ตั้งแต่เบื้องหลังของภาพยนตร์ภาคต่อ ไปจนถึงอนาคตของวงการแฟชั่น และการใช้ชีวิตในวัย 70 ปี ซึ่งทั้งสามล้วนอยู่ในวัย 76 ปีเท่ากัน บทความและภาพแฟชั่นเซ็ตนี้จึงเป็นการเฉลิมฉลองให้กับพลังของผู้หญิงที่ยังคงสร้างสรรค์และทรงอิทธิพลอย่างไม่เสื่อมคลาย

แม้ต่างคนต่างยืนอยู่ในจุดสูงสุดของเส้นทางของตัวเอง และไม่มีใครคิดจะสลับบทบาทกัน Wintour ยังคงเป็นผู้กุมบังเหียนนิตยสารแฟชั่นแถวหน้า ส่วน Streep ก็ยังคงเป็นนักแสดงมือหนึ่งที่ยากจะหาใครเทียบได้ ความร่วมมือครั้งนี้จึงเป็นเหมือนการยืนยันว่า ไม่ว่าใครจะปังกว่าใคร ทั้งคู่ต่างก็เป็นตำนานที่ทุกคนจดจำ และเคารพในความสามารถของกันและกัน